เลี้ยงฮาโวเทีย แบบ จิ๊บ จิ๊บ (Part1)

 

 

เลี้ยง ฮาโวเทีย (Haworthia) แบบ จิ๊บ จิ๊บ 

 

          เพื่อนๆ นักเล่นมือใหม่ หลายๆคนมักจะถามจิ๊บว่า คุณจิ๊บคะ อยากเลี้ยงฮาโวเทีย ทำยังไงดีค่ะ? ต้องทำยังไงบ้างคะ? เลี้ยงแล้วจะอวบเหมือนไม้ญี่ปุ่นมั้ย จะขยายพันธุ์ยังไง แล้วไหนคือต้นฮาโวเทีย แล้ว ........!!!!!!!

          สำหรับนักเล่นมือใหม่ คงมีคำถามมากมายที่อยากถาม บางทีการอธิบายโดยไม่เห็นภาพก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากมากเช่นกัน วันนี้ จิ๊บ ก็เลยนำมาทำเป็นบทความ พร้อมภาพประกอบง่ายๆ พอให้เพื่อนๆ ได้ชมกันนะคะ

         วิธีการเลี้ยง ฮาโวเทีย (Haworthia) ที่จิ๊บนำมาบอกนี้ เป็นวิธีง่ายๆ ที่จิ๊บ ปฏิบัติเป็นประจำค่ะ และก็นำประสบการณ์ที่ได้พบเจอ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น นำมาเรียบเรียงแบบ FAQ (คำถามที่พบบ่อย) เพื่อให้เพื่อนๆเข้าใจง่าย  สำหรับมือเก่า และ มืออาชีพ ถ้าเห็นผิดพลาดประการใด ยินดีน้อมรับคำติชม ค่ะ 

 

ปล. วิธีเลี้ยงของจิ๊บ อาจแตกต่างจากท่านอื่นๆบ้าง ทั้งนี้เพราะสภาพแวดล้อม การเลี้ยงต่างกัน จึงไม่แปลกที่แต่ละท่านจะมีวิธีเลี้ยงที่ต่างกันไป ไม่มีวิธีไหนผิด มีแต่จะเลี้ยงได้สวยในสภาพแวดล้อมนั้นหรือเปล่าเท่านั้นเองนะคะ จิ๊บแค่แนะนำแนวทางที่จิ๊บใช้เท่านั้นค่ะ 

 

ก่อนอื่นเรามารู้จักสายพันธุ์ Haworthia กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่ามีลักษณะ รูปร่างหน้าเป็นอย่างไร กันบ้าง

 

กลุ่มที่เป็นที่นิยม และ เป็นที่รู้จักกันมากก็คือ

Haworthia trungata & Haworthia maughanii หรือ เรียกกันว่า ม้าตัด

ที่เรียกกันว่า "ม้าตัด" ก็เพราะว่า ลักษณะ หน้าใบของไม้กลุ่มนี้ เรียบ เหมือนโดนใครเอามีดมาตัด  ตอนที่จิ๊บเห็นครั้งแรก จิ๊บยังเคยตั้งคำถามเลยว่า อ้าว นั่นใครไปตัดหน้ามันเนี่ย แล้วจะไม่ตายเหรอ แปลกจังเลย ^^  เพราะแบบนี้ เวลาที่มีลูกค้า หรือ เพื่อนๆ มาถามจิ๊บ ว่าอ้าวจิ๊บ ไปตัดมันเหรอ จิ๊บก็อดยิ้มไม่ได้ ว่าถามเหมือนจิ๊บตอนแรกๆเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องอายที่จะถามนะคะ เพราะไม่มีใครรู้มาตั้งแต่เริ่มต้นหรอกค่ะ 

ลองมาดูลักษณะต้นกันดูนะคะ

 

             Haworthia maughanii ハオルチア 万象錦

 

              Haworthia truncata "ハオルチア 玉扇 "

   

 

     Haworthia pumila , Haworthia attenuata & Haworthia maxima

หรือ ที่พวกเราเรียกกันว่า ม้าลาย ม้าสาคู หรือ ม้าโดนัท

 

  

  

 

ตัวอย่างภาพรวม Haworthia ชนิดอื่นๆ 

 

    

  

 

มาเริ่มตอบคำถามกันเลยดีกว่านะคะ ^^

 Q1. อยากลองเลี้ยง Haworthia จะเริ่มจากต้นไหนดีค่ะ

--- เริ่มจากต้นไหนก็ได้ค่ะ ที่ชอบ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มเลี้ยง ยังไม่แน่ใจในสภาพแวดล้อมที่เลี้ยง และ วิธีการเลี้ยง ก็ลองเริ่มเลี้ยงจากต้นราคาไม่แพงก่อนก็ดีค่ะ ถือว่าเป็นการทดสอบ ก่อนเลี้ยงจริง เพราะถ้าที่บ้าน เกิดเลี้ยงไม่ได้จริงๆ จะได้ไม่เสียดายมากค่ะ

 

Q2. Haworthia เลี้ยงยากมั้ยคะ ชอบแดดหรือเปล่า ชอบน้ำแค่ไหน 

--- วิธีเลี้ยง Haworthia แบบ จิ๊บๆ นะคะ ถ้า แบบจิ๊บๆ ก็แสดงว่าไม่ยาก อิอิ จิ๊บเลี้ยงค่อนข้างจะร่มกว่า แคคตัสค่ะ โดย มีแสลนเงิน 50% พลางด้านบน 2 ชั้น โดยการวางสลับ เพื่อไม่ให้ทึบจนเกินไปนัก และ พลางด้านข้าง เพื่อป้องกันแดดช่วงบ่าย อีก 1 ชั้น แต่เนื่องจากว่า โรงเรือนของจิ๊บนั้น ตั้งอยู่บนเชิงเขา ค่อนข้างสูง ใกล้พระอาทิตย์มากว่า ซึ่งโดนแดดตลอดทั้งวัน จิ๊บเลยจำเป็นต้องพลางเยอะแบบนี้ค่ะ แต่ถ้าบ้านของเพื่อนๆ โดนแดดแค่บางส่วน ก็อาจจะไม่ต้องพลางด้านข้าง หรือ ด้านบนอาจจะแค่ 1 ชั้นก็ได้นะคะ จิ๊บมีหลักง่ายๆ ในการจำเรื่องแสงของการเลี้ยงฮาโวเทียค่ะ คือ "ชอบแสงสว่างทั้งวันแต่ไม่ชอบแดดโดยตรง" 

     ฟังดูเหมือนจะงง แต่ไม่ต้อง งงนะคะ คือ เลี้ยงในที่ ที่มีแสงสว่าง แต่อย่าให้ถูกแสงแดดโดนตรงๆ ยกเว้นแสงตอนเย็น หลัง 5 โมงเย็น ไปแล้ว อันนี้โดนได้ค่ะ  ที่ว่าต้องมีแสงสว่างๆ เพราะว่า การที่ฮาโวเทียจะออกฟอร์มได้ชัดเจน และ ไม่เสียทรงนั้น จะต้องใช้แสงสว่างเป็นตัวช่วย ยกตัวอย่างเช่น Haworthia "Donut" ถ้าจะเลี้ยงให้ วงขาวๆ ก็ต้องเลี้ยงให้ได้แสงเยอะๆค่ะ ไม่งั้นวงที่เห็นว่าขาวๆ จะออกเป็นสีเขียวๆแทน เพื่อนลองสังเกตุดูได้ค่ะว่า ถ้าเอาไปเลี้ยงร่มจนเกินไปนั้น ลายจะออกเขียว มากว่า ขาวออร่า ^^ ถ้าเป็นกลุ่ม Haworthia maughanii ใบก็จะออกยืดๆค่ะ

 

 

ส่วนเรื่องน้ำนั้น จิ๊บให้ 5 วันครั้งค่ะ รดให้ชุ่มพอประมาณ ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำออกก้นกระถางนะคะ เอาแค่ชุ่มๆพอประมาณก็พอค่ะ ^^ แต่เวลาถ้าปลูกลงใหม่ๆ จิ๊บขอแนะนำว่าให้งดน้ำไว้สัก 3 วัน ให้พอแผลที่รากแห้ง ก็ค่อยรดน้ำนะคะ แต่เราก็สามารถสเปย์น้ำน้อยๆ บนต้นเพื่อสร้างความชุ่มชื้น และ ล้างฝุ่นจากการปลูกได้ค่ะ เน้นว่าน้อยๆนะคะ เดี๋ยวน้ำจะไหลลงดินหมด 

Tips จิ๊บๆ : เวลาจิ๊บรดน้ำ จิ๊บมักจะลูบต้นไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย เพื่อนๆลองไปทำดูนะ อิอิ

 

Q3. ปลูก Haworthia ใช้ดินอย่างไรดีค่ะ

--- อย่างที่จิ๊บเคยบอกไว้ว่า ดินในการปลูกนั้น ไม่มีสูตรตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงของแต่ละที่ แต่ดินที่ใช้ปลูก Haworthia นั้น ควรจะมีลักษณะโปร่ง และ เบา มากกว่าดินปลูกแคคตัส เพื่อที่รากของฮาโวเทียนั้นสามารถทะลุผ่านดินลงไปถึงต้นกระถางได้ ถ้ารากของฮาโวเทีย สามารถเติบโตได้ดี ก็สามารถเก็บน้ำไว้ได้เยอะ ทำให้ต้น และ หน้าใบอวบอิ่มค่ะ 


จิ๊บผสมดินยังไงบ้าง ลองมาดู และ ลองเอาไปปรับใช้ได้นะคะ

ดิน Haworthia สูตร Jibichan H.8

ดินร่อน 1 ส่วน

พีทมอส 1 ส่วน

ทรายหยาบ 1 ส่วน

เพอร์ไลท์ 1 ส่วน

หินภูเขาไฟ 1 ส่วน

เวอร์มิคูลไลท์ 1/3 ส่วน 

ผสมในอัตราส่วนที่เท่าๆกันค่ะ แต่จิ๊บจะไม่ได้ใส่ ปุ๋ยละลายช้าลงในดินนะคะ ถ้าจะใส่นอกเหนือจากนี้ ก็อาจจะเป็น สตาร์เกิ้ลจี (เป็นเกล็ดสีบานเย็น ไว้สำหรับกันเพลี้ย) ลงไปนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ

เห็นมั้ยคะว่า เป็นส่วนผสมที่ไม่ได้ยุ่งยากเลย และหาซื้อได้ทั่วๆไปด้วยค่ะ 

Tips จิ๊บๆ : ถ้าเพื่อนๆ ผสมดิน และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ลงไปผสมด้วย ควรจะทิ้งไว้อย่างน้อยๆ 2-3 วัน (มากกว่านั้นก็ได้) ก่อนนำลงปลูกนะคะ เนื่องจากความร้อนของธาตุอาหารในดิน จะทำให้รากเน่าได้ง่ายค่ะ (จิ๊บ ไม่มีความรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ ว่าทำไมถึงเกิดปฏิกริยาแบบนี้ แต่คนญี่ปุ่นสอนมาอีกทีค่ะ)

 

ถ้าดินที่ดี รากของต้นจะต้องอวบ ยาว และ แข็งแรง

 

Q 4. วิธีการให้ปุ๋ย และ ยา ต้องให้บ่อยแค่ไหนคะ

--- โดยส่วนแล้วเลย จิ๊บ ไม่ค่อยได้ให้ปุ๋ย และ ยากับ ต้นไม้เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็น Cactus หรือ Haworthia ค่ะ แต่ถามว่าจำเป็นมั้ย ตอนแรกจิ๊บก็คิดว่าไม่ จนกระทั่งเกิดปัญหาขึ้นกับตัวเอง ทำให้ต้นไม้เสียหาย จึงทำให้ต้องย้อนกับมามอง และ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปุ๋ยและยา ^^;; เกือบจะไม่ทันซะแล้ววว เรา  

     ปุ๋ย จิ๊บต้องขอบอกว่า ทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยให้กับกลุ่ม Haworthia เลยสักครั้ง อาจจะเป็นเพราะว่า ดินที่จิ๊บใช้อยู่นั้น ค่อนข้างมีธาตุอาหารสมบูรณ์ดีอยู่แล้วค่ะ (เอาดินจากภูเขาหลังบ้านมาใช้ อิอิ^^) จิ๊บเลยไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเพิ่มอีก แต่เพื่อนๆอาจจะใช้ปุ๋ยที่รดแคคตัส มาใช้ก็ได้นะคะ ผสมจางๆหน่อยก็ดีค่ะ ไม่ต้องไปเร่งมาก ค่อยๆโต ค่อยๆสวย และออกฟอร์ม ดีกว่าค่ะ

     ยา สำหรับจิ๊บค่อนข้างจำเป็นมาก เนื่องจากว่า เกิดเหตุการณ์ ไม่คาดฝัน กับ ฮาโวเทียที่รัก หลายต้น เพราะประมาท คิดว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะเมื่อ หน้าฝน ที่ฮาโวเทียของหลายๆคน มีปัญหาเรื่องเน่าบ้าง เรื่องเชื้อราบ้าง แต่ฮาโวเทียที่บ้านกับสวยกิ๊ง ใบอวบปึ๊ก จนกระทั่งถึง ฤดูหนาว ที่ใครๆก็เลี้ยง ฮาโวเทีย ได้สวยงาม แต่จิ๊บกับเจอโรค ที่ใบมีลักษณะแห้ง เป็นจุดๆ คล้ายมีสนิมเกาะ บางใบก็ฟีบไปเลย นั่งหาวิธีแก้อยู่นาน แต่ก็ไม่รู้สาเหตุ จนหันไปมองที่ต้นกล้วย ที่อยู่ไม่ห่างจากโรงเรือนนัก ก็คิดว่า เอ๊ะ ทำไมใบฮาโวเทียของเรา มีลักษณะใบแห้งๆ เหมือนกับใบกล้วยเลย จนจุดท้ายก็คิดได้ว่า อาจจะติดโรงมาจากต้นกล้วยก็ได้ เลยใช้ ออโธ่ไซด์ และ แมนโคเซป รดสลับกับไป ปรากฏว่า โรคหยุดระบาด เลยรอดตัวไป ^^  ทำให้สรุปได้ว่า เราควรจะรดยาเพื่อป้องกันเอาไว้ก็ดีนะคะ ทุกวันนี้ จิ๊บก็เลยรดยากันรา ให้กับ ฮาโวเทีย เดือนละครั้ง กันไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องตามแก้ทีหลัง จริงมั้ยคะ เพื่อนๆ 

(รูปภาพต้นที่เป็นโรคที่เคยถ่ายไว้ หายไปกับฮาร์ดดิสตัวเก่า เลยไม่มีให้ชม แต่จะพยายามหาตัวอย่างมาให้ชมนะคะ)

 

Q5. Haworthia มีดอกมั้ยคะ หน้าตาเป็นอย่างไร แล้วผสมเกสร เหมือนดอกแคคตัสได้มั้ยคะ

 

ตัวอย่างดอก Haworthia 

 

 

 

Q6. Haworthia มีวิธีขยายพันธุ์ กี่วิธีค่ะ  (เรื่องนี้จิ๊บขอตอบแบบคร่าวๆก่อนนะคะ ไว้ต่อภาค 2)

--- Haworthia สามารถ ขยายพันธุ์หลักๆ ได้ 5 วิธีค่ะ

1. การผสมเกสร 

2. การแยกหน่อ

3. การตัดยอด

4. การชำใบ

5. การชำราก ชำโขด

 

1. การผสมเกสร  

คือ การนำเกสรตัวผู้ มาผสมกับ เกสรตัวเมีย เพื่อให้ติดฝัก และ นำฝักมาเพาะ  วิธีนี้จะทำให้เราได้ฟอร์มใหม่ แต่วิธีนี้ค่อนข้างจะใช้เวลานานสักหน่อยค่ะ กว่าต้นจะโต และ กว่าจะเห็นฟอร์ม คงต้องให้เวลา และ อดทนรอสักนิดนึงค่ะ แต่รับรองเลยว่า คุ้มค่าและภูมิใจมากๆ

 

ตัวอย่างเมล็ดอายุ 1 สัปดาห์  และ  1 เดือน

 

ตัวอย่าง Haworthia เพาะเมล็ดอายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี

 

2. การแยกหน่อ

คือ การที่แยกต้นลูกๆ ออกมาจากต้นแม่ ซึ่งฮาโวเทียบางชนิด จะให้หน่อง่าย แต่บางชนิดก็ให้หน่อยากมากๆ วิธี เราจะได้ต้นที่ฟอร์มเหมือนต้นแม่ เป๊ะๆ และ โตเร็ว เป็นวิธีที่นิยมกันค่ะ เพราะทำง่าย แต่ยกเว้นตัวด่างนะคะ ที่เราอาจจะได้สีที่แตกต่างจากต้นแม่

 

หน่อที่เด็ดๆมา บางทีจิ๊บก็เอามาชำรวมๆ ในถาดเดียวกันค่ะ ง่ายดี ^^

 

3. การตัดยอด

คือ การตัดนำส่วนบนของต้นฮาโวเทีย มาปลูก และ ทิ้งให้ส่วนที่ติดกับรากแตกหน่อ วิธีนี้จะใช้เมื่อต้นฮาโวเทียของเราหวงหน่อ ให้หน่อยาก การตัดแบบนี้ แม้จะดูเสี่ยงสักนิด แต่ก็จะช่วยกระตุ้นให้ออกหน่อได้ค่ะ

 

  

ตัวอย่างต้นที่โดนตัดยอดไปแล้ว แล้วแตกหน่อค่ะ

  

โดนตัดยอดไปแล้ว น่าสงสารจังเลย แต่ก็เพื่ออนาคตนะลูก ^^

 

4. การชำใบ

คือ การนำใบมาชำให้ออกราก หลังจากใบออกรากแล้วก็จะแตกหน่อ แตกลูก เพิ่มผลผลิตแก่เราค่ะ

 

 

ตัวอย่างการชำใบ  แม้แต่ใบจิ๋วๆก็ออกรากได้นะคะ แต่เราต้องเลือกใบที่สมบูรณ์ สักนิดนะคะ

 

 

5. การชำราก ชำโขด

ก็จะคล้ายๆกับการชำใบค่ะ คือ เลี้ยงรากไว้ เพื่อให้รากออกหน่อ ให้เราได้เก็บลูกๆไปเลี้ยงต่อ

 

ตัวอย่างการชำราก หลังจากแตกหน่อแล้ว เราค่อยแยกหน่อมาชำ 

 

Q7. เมืองไทยเราจะสามารถเลี้ยง Haworthia ได้อวบอ้วนสวยงามเหมือนต่างประเทศได้มั้ยคะ 

--- มีเพื่อนๆ หลายคน สั่งไม้จากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยง แล้วสภาพหน้าตาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนตอนนำเข้ามาแรกๆ แต่จิ๊บเชื่อว่า เมืองไทยเราก็สามารถเลี้ยงฮาโวเทียสวยได้ค่ะ แค่เราทำความรู้จัก นิสัย และ ใส่ใจ เค้าให้มากขึ้น เรียนรู้ว่าเค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร (ยิ่งกว่าแฟนอีก) เราก็สามารถเลี้ยงให้สวยได้ไม่แพ้ต่างประเทศค่ะ  แต่ก็ต้องให้เวลาฮาโวเทียได้พักตัว และ ปรับสภาพให้เข้ากับอากาศบ้านเราให้ได้ก่อน ต้องใจเย็นๆ และ ใช้เวลาสักนิดนะคะ

Tips จิ๊บๆ : ถ้าช่วงหน้าร้อน ในตอนเช้าๆ ก่อนแดดจะออก จิ๊บจะสเปย์น้ำบนผิวหน้าของฮาโวเทีย แค่พอเปียก เพื่อให้หน้าเค้าชุ่มชื้น หน้าจะได้ไม่เหี่ยวย่น ตอนโดนแดดร้อนๆค่ะ ไม่รู้เป็นวิธีที่ถูกต้องมั้ย แต่จิ๊บก็ใช้เป็นประจำค่ะ

 

ลองสังเกตุดูนะคะ มาเลี้ยงที่เมืองไทย ใบในออกฟอร์มสวยกว่าตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นซะอีก อิอิ

 

จิ๊บขอบอกเล่าวิธีการเลี้ยงแบบ จิ๊บๆ ไว้เท่านี้ก่อนนะคะ เพื่อนๆคนไหน มีคำถามจะถามเพิ่มเติม สามารถถามมาได้ ในกล่อง Comment ด้านล่างเลยค่ะ จิ๊บจะนำมาตอบๆ ให้เพื่อนๆ คนอื่น ได้ทราบทั่วกันค่ะ

 

ขอให้เพื่อนๆ เลี้ยงฮาโวเทีย ได้สวยๆนะคะ จิ๊บก็หวังว่า บทความนี้จะพอเป็นประโยชน์ และ ช่วยเพื่อนๆให้เลี้ยง ฮาโวเทียให้สวยขึ้นได้

 

 

ภาพประกอบ และ เรื่อง โดย Jibichan 

Visitors: 381,219